2007/Feb/11

ต่อจากนี้ไปโต๊ะเรียนตรงนี้...จะไม่ได้สัมผัสอีกต่อไปแล้ว

ต่อจากนี้ไปจะไม่ได้ใส่ชุดพะสีแดง กางเกงแถบแดง ผ้าใบเน่าๆ กับกระเป๋าเป้โทรมๆอีกต่อไปแล้ว

ต่อจากนี้ไปจะไม่ได้ใช้ถังสีที่ตูนเอามาทิ้งไว้ที่โรงเรียนอีกแล้ว

ต่อจากนี้ไปตอนเช้าและเย็นจะไม่ได้ไหว้พระยาภักดีฯ หอพระ เจ้าแม่จามจุรี และก็ลุงยามอีกแล้ว

ต่อจากนี้ไปใครจะไปสั่งก๋วยเตี๋ยวกับป้าเค้าว่าเล็กตกไม่ผักไม่กระเทียมสิบห้าค่ะ

ต่อจากนี้ไปจะไปแกล้งกระตุกโบว์ใครได้อีก...ไม่มีแล้ว

ต่อจากนี้ไปจะเป็นคนรับฟังสารพันเรื่องราวและปัญหาจากใคร

ต่อจากนี้ไปใครจะคอยแย่งกันอ่านการ์ตูน...จะแย่งกันแกล้งเพื่อน

ต่อจากนี้ไป...หวังว่าเราจะเป็นเหมือนเดิม

.......................................................................

6 ปีแล้วที่อยู่โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญแห่งนี้มา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีทั้งดีและก็ไม่ดีแต่ทุกอย่างคือสิ่งที่สอนให้พวกเราก้าวเดินต่อไป

ลุงยามและลุงภารโรงและคุณแม่บ้าน**ขอบคุณค่ะที่คอยดูแลพวกหนูข้ามถนน คอยกวาดสนามดูแลห้องให่พวกหนูขอบคุณจริงๆค่ะ

ห้องเรียนและตึกเรียนทุกที่**ขอบคุณที่คอยดูแลกันมาตลอด6ปีนะ

เจ้าแม่จามจุรี**ขอบคุณค่ะที่คอยเป็นที่พึ่งพิงในการบนและแก้บน และคอยดูแลพวกหนู

หอพระและพระยาภักดีนรเศรษฐ**ขอบคุณค่ะที่คอยดูแลพวกหนูมาตลอด6ปี

โต๊ะและเก้าอี้**ขอโทษนะที่เอาสติ๊กเกอร์ไปติดไว้และก็แอบเขียนโต๊ะด้วย

ต้องขอขอบคุณอาจารย์ทุกคนที่คอยพร่ำคอยสอน ถึงแม้ว่าอาจารย์บางคนจะเอาแต่บ่นไม่ได้สอนก็เถอะแต่ว่าความเป้นครูกับศิษย์ก็ไม่ได้แปรเปลี่ยนไป

อ.อารีย์**อ.เป็นอ.ประจำชั้นของหนูตอนม.1 และปัจจุบันผ่านไปหกปี อ.ก็ยังจำหนูได้ ถึงแม้ว่า อ.จะเรียกชื่อเก่าหนูก็เถอะ

อ.ลัดดา**ถึงแม้ว่า อ.จะออกไปนานแล้วแต่ อ.ก็ยังคงจำพวกหนูเด็ก2/5 ของอ.ได้

อ.ดุษฎี**อ.ประจำชั้นพวกหนูตอนม.4 แต่ อ.ก็ยังคอยดูแล เป็นที่ปรึกษาให้พวกหนูจนถึงตอนนี้

อ.กรองทอง**อ. คอยสอนภาษาอังกฤษแบบบ่นไปสอนไป ต้องขอบคุณจริงๆค่ะที่ยังทนพวกหนูได้ขนาดนี้

อ.วิมล**ภาษาอังกฤษของอ. คือยานอนหลับชั้นดี แต่อ.ก็จะคอยปลุกพวกหนูให้ขึ้นมาเรียนต่อ และหนูก็ชอบการสอบซ่อมของอ. มากนะคะ

อ.หลิว**เหล่าซือต้องปวดหัวกับพวกหนูมาก พวกหนูมันพวกเอาแต่ใจแถมยังไม่ค่อยฟังเหล่าซืออีก ขอบคุณและก็ขอโทษนะคะที่ทำให้เสียใจ

เพื่อน...คือสิ่งที่มีค่า...เป็นคนที่คอยรับฟังทุกอย่างโดยไม่ปริปากบ่นแต่อาจมีด่าบ้างเล็กน้อยตามความเหมาะสม

เปิ้ล**เราคบกันมา8ปีแล้วนะ แต่ถึงแม้ว่า6ปีนี้เราจะไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกันแต่เค้าก็รักเปิ้ลนะ

เมย์**6 ปี เราไม่เคยทะเลาะกันเกินครึ่งวัน ถึงแม้ว่าม.ปลายจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันแต่เราก็ยังเป็นเหมือนเดิม เค้ายังคงเก็บของต่างๆที่เมย์ซื้อให้อยู่เลยนะ ชั้นรักแกนะ

ตูน**ยังคงพูดมากได้เสมอต้นเสมอปลาย และคอยเป็นแหล่งปริ้นท์งานที่สำคัญจริงๆ

แป้ง**มีปัญหาตลอดศก555+ มีอะไรก็โทรมาแล้วกัน ยินดีปลอบใจ

สุ//สิริมา**ถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวดันมาตอนม.ปลาย แต่เค้าก็รักและก็ห่วงนะ ^^

น(ร)ก**ขอบคุณที่คอยให้แกล้งนะ และก็ขอบคุณที่คอยตามใจนะ

แพร**เสียงแว๊ดๆของแกนี่ยังสั่นประสาทไม่หายเล้ย

ณัฐ**ชอบเรื่องแปลกๆที่ณัฐเอามาเล่ามากเลยนะ ตลกดี คนบ้าเกย์

และ...เพื่อนๆ6/4ทุกๆคน สำหรับความผูกพันที่เกิดขึ้นตลอด3ปีนะ ถ้าเค้าทำอะไรที่ไม่ดีไว้ก็ขอโทษด้วยนะ

ขอบคุณ...สำหรับหัวใจที่ร่วมร้อยเรียงเรื่องราวของพวกเรา

แม้ว่าต่อไป...พรุ่งนี้จะไม่มีเราอยู่ตรงนี้ แต่เราองราวของพวกเราจะยังคงอยู่ในใจตลอดไป

เค้า...สัญญา

ฉันจะจำเธอแบบนี้

ศิลปิน : โบ สุนิตา ลิติกุล

พรุ่งนี้เธอจะลาฉัน วันเวลาได้พาเธอไป

และไม่เคยรู้เลย ว่าฉันจะต้องรอไปนานเท่าไร

ได้พบกันแค่วันนี้ มีเพียงความเงียบงันในใจ

อยากให้เราสองคน ร่วมกันจดจำเวลานี้ไป

แววตาที่มองฉัน แค่เห็นก็เข้าใจ

ว่ามีคำมากมายอยู่ในนั้น

ฉันจะจำเธอไปในแบบนี้ จำความรู้สึกนี้

เก็บอยู่ในหัวใจเมื่อยามที่ไกลกัน

ฉันจะมองเธอเป็นครั้งสุดท้าย จะจำทุกอย่างไว้

และจะมีหัวใจเก็บไว้ให้เธอคนเดียว ฉันสัญญา

พรุ่งนี้คงต้องทนเหงา ในเวลาที่เธอไปไกล

สิ่งที่เราสองคน คิดจะบอกกันยังมีเต็มหัวใจ

แววตาที่มองฉัน แค่เห็นก็เข้าใจ

ว่ามีคำมากมายอยู่ในนั้น

ฉันจะจำเธอไปในแบบนี้ จำความรู้สึกนี้

เก็บอยู่ในหัวใจเมื่อยามที่ไกลกัน

ฉันจะมองเธอเป็นครั้งสุดท้าย จะจำทุกอย่างไว้

และจะมีหัวใจเก็บไว้ให้เธอคนเดียว ฉันสัญญา

ถ้าเธอยังมีใจและรักฉันดังเดิม

เราคงได้เจอกันใหม่

เพื่อเติมวันเวลาที่งดงามในใจ

ทำให้ยาวนานกว่าวันนี้

ฉันจะจำเธอไปในแบบนี้ จำความรู้สึกนี้

เก็บอยู่ในหัวใจเมื่อยามที่ไกลกัน

ฉันจะมองเธอเป็นครั้งสุดท้าย จะจำทุกอย่างไว้

และจะมีหัวใจเก็บไว้ให้เธอคนเดียว ฉันสัญญา

ฉันสัญญา

2007/Jan/10

เธอ...ผู้มีใบหน้าน่ารัก ราวกับญาติของจิ้งจก

เธอ...ผู้(น่าจะ)มีอัธยาศัยดี...จิตใจงดงามราวนางฟ้า

เธอ...ผู้แสร้งทำเป็นเพื่อน...แสร้งทำเป็นห่วง

สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงหน้ากากหนาๆ...แค่นั้นเอง

ก่อนปีใหม่ วันที่28 ธันวา พวกเราให้งานเธอไปทำ เพราะเธอยังไม่ได้ช่วยอะไร...แม้แต่นิดเดียว

สิ่งที่ให้เธอทำก็มีแค่เพียงเอาข้อมูลจากเมล์ไปปริ้นท์แล้วตัดแปะลงฟิวเจอร์บอร์ด...แค่นั้น

วันเสาร์เธอโทร.มาเธอบอกว่า เมล์หาย...เพราะเธอไปกดตัวไหนมารู้แล้วเมล์เธอก็หายไป...ทั้งๆที่ฮอทเมล์ของเธอเป็นภาษาไทย ไม่เป็นไรปิโยก็ส่งไปใหม่....หวังแค่งานจะเสร็จ

วันที่เปิดเรียน 3 มกรา เธอมาสายเหมือนเคย...และเธอมาพร้อมกับฟิวเจอร์บอร์ด...ที่ว่างเปล่า...ไม่มีกระดาษแปะเลยแม้แต่น้อย

แล้วเธอก็ทำหน้าใส่ซื่อ ขอโทษ...ที่ไม่ได้ทำมา พอดีแผ่นดิสก์ที่ใส่งานไว้2แผ่นมันไปร้านปริ้นท์ไม่ได้แม้แต่ร้านเดียว ทั้งๆที่แผ่นนั้นเธอเพิ่งซื้อมาใหม่ๆ

พอพวกเราดูค่าฟิวเจอร์บอร์ดแล้วอยากจะร้องกรี๊ด...4 แผ่น 139 บาท เธอไปซื้อที่เดอะมอลล์ทั้งๆที่บ้านเธออยู่ติดกับโลตัส!

มันมากเกินกว่าที่จะยิ้มออกแล้วบอกว่า ไม่เป็นไร

เพราะหากโครงงานนี้ไม่เสร็จนั่นก็เท่ากับพวกเราก็จะไม่จบม.6ด้วย

มันเสียความมั่นใจในการให้เธอเอางานกลับไปทำมาก...งานที่แล้วปิโยย้ำนักย้ำหนาว่า แก้ตรงนั้น แก้ตรงนี้ แต่ละช่องควรจะพิมพ์อะไรลงไป...แต่เธอก็ทำไม่ได้...ผลงานออกมาต้องกลับไปแก้ใหม่

วันรุ่งขึ้นเธอไม่มา...แล้วเธอเอาเทปกาวกลับบ้านไปด้วยๆเหตุผลว่า...กลัวของหาย

และแล้ววันนั้นพวกเราก็ทำอะไรกันไม่ได้

วันศุกร์พวกเราเตรียมของทุกอย่างกันมาเองและพวกเราก็ไม่อยากจะพูดกับเธอ...เพราะหากพูดกับเธอไปได้มีแตกกันแน่นอน พวกเราช่วยกันทำช่วยกันแปะ เธอก็มาช่วย ช่วยแปะกระดาษ1แผ่น แถมเธอแปะผิดพวกเราก็ต้องลอกออกมาติดใหม่ แล้วเธอก็ไม่ได้ช่วยอะไรอีกเลย

พอถามเธอว่าวันเสาร์เธอจะไปทำงานบ้านเพื่อนได้ไหม เธอบอกว่า...กี่โมง แต่เค้ามีเรียนตอนบ่ายนะ

ส่วนข้ออ้างของเธอวันอาทิตย์หากต้องออกไปทำงานบ้านเพื่อนก็คือ...ต้องช่วยแม่ขายของ

สองข้ออ้างนี้คือแพทเทิร์นที่เธอใช้มาตลอด...ไม่มีเปลี่ยน

วันเสาร์พวกเราก็ไปทำงานกัน...พวกเราหมดความไว้วางใจในตัวเธอแล้ว แต่พวกเราโทร.ไปหาเธอ โทร.เข้ามือถือเธอก็ไม่รับ...พอโทร.เข้าบ้าน...แม่เธอรับสายแล้วบอกว่าเธอยู่บ้านแล้วที่บอกว่า...มีเรียนตอนบ่าย...หมายความว่ายังไง แต่จุดประสงค์ในตอนนั้นคือ อยากจะล้วงเอาพาสเวิร์ดเมล์เธอมา เพราะพวกเราไม่เชื่อว่าคนที่โลว์เทค

อย่างเธอจะสามารถลบเมล์ซึ่งต้องผ่านได้หลายขั้นตอนได้และพวกเราอยากจะรู้ว่าเธอได้เปิดแฟ้มงานจริงๆรึเปล่า...แต่ยังดีที่เธอเปิดไปแล้ว

วันอาทิตย์คือวันประชุมผู้ปกครองซึ่งงานที่พวกเราให้เธอไปทำนั้นต้องนำมาแสดงด้วย เธอก็มา...แต่มาสายมาก แล้วเธอก็บอกว่า...จะพาแม่ไปเดินชมงานนะ...แล้วเธอก็ไป ทั้งๆที่พวกเราก็ปล่อยพ่อแม่ของเราให้เดินดูกันเองแต่เธอก็ยังคงจะหาเรื่องหนีไปจนได้

งานนี้ปิโยเป็นคนพรีเซนท์ พอปิโยไม่ว่างเหลือแค่เธอคนเดียวสิ่งที่เธอทำได้คือ...ยืนยิ้มนิ่งๆเป็นหุ่น

เมื่อพวกเราเก็บของกันแล้วเธอก็อาสาว่าเธอจะเอารูปเล่มไปส่งให้...ปิโยเลยตอบกลับไปว่า...ไม่ต้อง...แล้วเธอก็เดินออกไป

เธอคิดจะมาช่วย...ช่วยเอารูปเล่มไปส่งให้ทั้งๆที่พวกเราส่งกันไปแล้วและพวกเราก็จัดการโครงงานกันเสร็จหมดแล้ว!

สุดท้ายแล้ววันอังคารเธอทนไม่ได้ที่ถูกหมางเมินจากพวกเรา เธอจึงถามว่า...เราทำอะไรผิดนักเหรอ?...ปิโยเลยพูดกลับไปว่า...ใช่ผิดมาก...แล้วปิโยก็บอกเดี๋ยวค่อยไปคุยกันคาบว่างก่อนเลิกเรียนเธอก็ไม่ยอม...แล้วน้ำตาเธอก็เริ่มไหลพราก

ปิโยพยายามสาธยายสิ่งที่เธอทำ...แบบใจเย็นน้ำเสียงเป็นปกติแต่เธอกลับขึ้นเสียงใส่ปิโย แล้วเธอก็พูดตอกกลับมาว่า...ทำเหมือนชั้นเชื่อใจพวกเธอมากนักแหละ...

แล้วเธอก็เดินสะบัดก้นหนีไป...ทั้งๆที่เธอเป็นคนที่อยากรู้ว่าทำไมพวกเราถึงไม่คุยกับเธอ...แต่เธอก็กลับเถียงมาอย่างข้างๆคูๆ ในเหตุผลทั้งหลายทั้งแหล่ที่ว่า...ทำไมเธอถึงไม่โทรมาถ้าหากปริ้นท์ไม่ได้...ปิโยจะได้ส่งให้เพื่อนอีกคนปริ้นท์

...แล้วทำไมเธอถึงซื้อฟิวเจอร์บอร์ดมาแพงแบบนี้...เธอตอบกลับมาว่า...จะให้เธอวิ่งไปวิ่งมาเพื่อฟิวเจอร์บอร์ดเนี่ยนะ และเธอก็ไม่มีเงินออกข้างนอกด้วย...เธอบอกเธอไม่มีเงิน แต่เธอกลับออกไปเที่ยวเดอะมอลล์ ออกไปกินเหล้า

เธอนอนตี2ตี3แต่ไม่ใช่ทำงาน เธอเอาแต่เล่นทุกวัน...เวลาเรียนเธอก็นอน...เจริญจริงๆนะคนเรา

และเธอยังเป็นพวกชอบโกหก...มีแต่คนบอกเธอโกหกเก่ง

พอเธอเดินจากตะปิโยไป เหล่าซือก็เข้ามาพอดี และบอกว่าเพื่อนกันก็ให้เรื่องมันจบๆไปเถอะ...และเธอตะโกนตอบเหล่าซือมาว่า...หนูไม่ใช่เพื่อนกับมัน!...พร้อมทั้งฉีกเฟรนด์ชิพที่พวกเราเคยเขียนออก

ตอนนั้นพวกเราเลยตัดสินใจแล้วว่า...

ถ้ามันทำเพื่องานคนอื่นไม่ได้ มันก็ไม่ต้องจบม.6ออกไป

บอกว่าเพื่อฟิวเจอร์บอร์ด ทำไมเธอต้องวิ่งไปวิ่งมา ปิโยจะทำให้มันรู้สึกว่ามันจะต้องวิ่งไปวิ่งมาเพื่อโครงงานของมันคนเดียว

อยากจะรู้จริง หากเป็นงานของตัวเองแล้วเนี่ยมันจะทำเหมือนกับที่เป็นงานกลุ่มของมันมั้ย ...

ป.ล.ขอโทษด้วยนะคะปีใหม่ก็ไม่ได้มาอัพ พอมาอัพทีก็มีแต่บ่น แต่คราวนี้มันทนไม่ไหวจริงๆค่ะ

2006/Dec/18

อันเนื่องมาจากข้าเจ้ามิได้อัพบล็อกมานานนนนนนนนนนนนนมาก(กลัวจะโดนตัดอยู่) เน็ตก็ไม่ได้เล่น มาอัพทีก็ช่วงสอบ ไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้อีกแล้ว 555+

จริงๆแล้วปิโยก็ไม่รู้จะอัพอะไร ไม่ได้มีเรื่องเล่าน่าสนุกกะเค้าซะด้วย ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะพ้นกีฬาสีไปประมาณอาทิตย์ จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรหรอกค่ะ เพราะว่าปิโยไปทำงานสารวัตรนักเรียนกะอัลเลยไม่ค่อยได้สนุกกับกีฬาสี แต่สนุกกับการแกล้งคนแทน เรื่องก็มีอยู่ว่า มีเพื่อนคนนึงเค้าโทรฟรีค่ะ ทีนี้เลยแกล้งรุ่นน้อง รุ่นเดียวกันมันส์มากเราขอใช้นามสมมตินะคะ

ก- เพื่อนที่โทรอำ 

ก- เฮ้ย น้อง ตอนนี้มีเรื่องด่วนมีคนกำลังจะปีนรั้วเข้ามาแล้ว!!!!!

(ปิโย+อัล +รุ่นน้องบางส่วน เคาะโต๊ะเพื่อใส่ซาวน์ เอฟเฟกต์)

และสรุปคือทุกคนวิ่งกันหน้าตั้งเลยค่ะ วิ่งมาเพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วสุดท้ายก็ไม่มีอะไร

มีเหยื่อติดกับประมาณ 8 คน

เร็วๆนี้เพิ่งตัดผมแหละค่า>< ผมข้างหลังเท่าเดิมเพราะมันไม่เคยยาว มีแค่ซอยข้างหน้าให้สั้นลง...สุดท้ายแล้วก็กลับไปทรงเดิม กร๊ากกก

ส่วนอัลตัดออกมา+หนีบผมแล้ว เจ๊แกแม้นแมน วันรุ่งขึ้นหัวฟูเหมือนสิงโตเลย...

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาแอบไปสำรวจ พี่ร้านขายการ์ตูนมาแหละค่ะ ^^ แต่สงสัยว่าพี่เค้าจะมีแฟนแล้ว...แห้วซะแล้วสิเรา...

สรุปว่านี่ก็คือเรื่องอัพค่ะ อัพทีก็ไร้สาระที อย่างน้อยๆมาอัพไว้ เค้าจะได้ไม่ตัดเราทิ้งซะ

ปิดท้ายด้วย พ่อหนุ่มหัวฟู ไข่ตุ๋นค่า (นับวันขนยิ่งฟูขึ้นทุกที)

ไหนๆก็ไหนๆขอชะแว้บมาเรื่องแมวซักหน่อยนะคะ คือว่ามีแมวที่บ้านใครมีพฤติกรรมแบบนี้บ้างรึเปล่าคะ?...แบบว่าไข่ต้ม (ตัวผู้) เคยไล่ขี่ ไข่ตุ๋น(ตัวผู้) แต่ตุ๋นมันไม่ยอมน่ะค่ะ

ส่วนอีกกรณีมีแมวสาวมายั่วไข่ตุ๋นอยู่ตรงหน้า แต่ตุ๋นไม่สนใจ แต่ไข่ต้มนี่วิ่งตามทันทีเลย

ส่วนต้มพักนี้ก็ชอบออกไปเที่ยวนอกบ้านเหลือเกิน กลับมาก็อาทิตย์ละครั้ง ส่วนตุ๋นก็เรียบร้อยนอนอย่างเดียว

บางทีเลยแอบคิดว่า หรือแมวเราจะเป็น เกย์?...